Category : ฟุตบอล

การพัฒนาทีมชาติเล็กในเวทีนานาชาติ

จบลงไปแล้วสำหรับเกมทีมชาติครั้งสุดท้ายก่อนที่จะหมดปี 2016 ไป หลังจากช่วงนี้นักเตะจะกลับไปที่สโมสรต้นสังกัดของตัวเอง ก่อนที่นักเตะจะกลับมารวมกันอีกทีก็โน่นเลยเดือนมีนาคม ซึ่งตอนนั้นการคัดเลือกฟุตบอลโลกคงจะเข้มข้นขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว แต่วันนี้เราจะไปมองกันถึงทีมชาติที่อยู่ในบ๊วยของกลุ่ม หรือที่เรียกว่าไม้ประดับของกลุ่มนั่นแหละ บางทีพวกเค้าอาจจะต้องได้รับการพัฒนาเพิ่มขึ้นจากฟีฟ่า ซึ่งเราขอเสนอแนวทางดังนี้

การจัดแข่งขันเพิ่มเติม

แนวทางแรกที่เราขอแนะนำให้ทางฟีฟ่า หรือ องค์กรลูกหนังระดับทวีปไปลองทำดูก็คือ การนำทีมชาติที่ยังไม่แข็งแกร่งมากนัก หรืออาจจะเป็นทีมชาติที่เพิ่งตั้งไข่ เอามาจัดแมตซ์การแข่งขันเพิ่มเติมจากรายการหลัก(เอาทีมที่อยู่แรงกิ้งใกล้ๆกันมาแข่งกันเพื่อเพิ่มแรงจูงใจและวัดศักยภาพที่แท้จริง) เพราะถ้ามีแมตซ์แข่งเยอะขึ้น หรือ ถี่ขึ้น นักเตะจะได้เล่นมากกว่าเดิมน่าจะทำให้พัฒนาขึ้นได้ ดูตัวอย่างทีมในแอฟริกาสิ เราอาจจะเบื่อที่เห็นนักเตะต้องไปเล่น แอฟริกัน เนชั่น คัพ ทุกสองปี แต่เอาเข้าจริงการเตะถี่ขึ้นทำให้นักเตะของพวกเค้า แข็งแกร่งขึ้นนะ

การเสริมเรื่องของลีคและเยาวชน

อีกเรื่องที่น่าจะเข้าไปเสริมสร้างก็คือ การพัฒนาระบบลีคและเยาวชน ซึ่งสองอย่างนี้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาฟุตบอลระดับทีมชาติชุดใหญ่ อาจจะมีการเข้าไปตั้งศูนย์ฝึกเยาวชนในประเทศนั้น หรือ ผลักดันเรื่องการตั้งลีค(สนับสนุนเงินรางวัล หรือ อบรมโค้ช ผู้จัดการทีม ช่วยหาสปอนเซอร์) หรือจะทำอะไรก็ว่ากันไป หากสองอย่างนี้เกิดขึ้นและไปได้ดี ฟุตบอลในประเทศจะกลายเป็นฟันเฟืองช่วยให้ทีมชาติชุดใหญ่มีตัวเลือกที่มากขึ้น เก่งมากขึ้น เมื่อผสมกับข้อแรกคือมีเวทีให้เล่นมากขึ้น ก็น่าจะทำให้ทีมชาติที่เคยเป็นแค่ไม้ประดับ อาจจะพัฒนาจนกลายเป็น ทีมที่ไม่อาจมองข้ามได้ก็เป็นได้

 

 


แมนซิตี้ กับการคว้าตัว ริยาด มาห์เรซ เป็นการเสริมทีมที่เลือกได้ดี!

สำหรับตลาดซื้อขายนักเตะก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ 2018-2019 รอบนี้ ดูเหมือนจะเริ่มคึกคักขึ้นเรื่อยๆเลยทีเดียว แม้ว่าหลายๆทีมยังคงเงียบอยู่ แต่หลายๆทีมก็เริ่มเคลื่อนไหวเสริมทัพกันบ้างแล้ว บทความนี้เลยขอหยิบเอาข่าวของทางด้านทีมแมชเชสเตอร์ซิตี้แชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุด ที่ล่าสุดนั้นได้เสริมทัพด้วยการคว้าตัว ริยาด มาห์เรซ มาเสริมทีมเพิ่มอีกคนมาพูดถึงกันหน่อย

อย่างที่ทราบกันดี ว่าสำหรับทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุดของกุนซือ เป็ป กราดิโอล่านั้น ถือว่าเป็นหนึ่งในทีมที่ค่อนข้างเต็มไปด้วยนักเตะฝีเท้าดีชื่อดังในทีมหลายคนเลยทีเดียว และดูเหมือนพวกเขายังคงเดินหน้าเสริมทัพด้วยนักเตะฝีเท้าดีเข้ามาเพิ่มอีก ซึ่งล่าสุดก็คือการคว้าตัว ริยาด มาห์เรซ ปีกตัวเก่งจากทีมเลสเตอร์ซิตี้มาเสริมทัพอีกคน ซึ่งสำหรับส่วนตัวแล้ว แม้หลายๆคนมองว่า การคว้าตัว ริยาด มาห์เรซ ด้วยเงินจำนวนถึง 60 ล้านปอนด์นั้น ถือว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงไปหน่อย เมื่อเทียบกับฟอร์มของเจ้าปีกคนนี้ในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่สำหรับส่วนตัวยังมองว่า การที่แมนเชสเตอร์ซิตี้ คว้าตัว ริยาด มาห์เรซ มาเสริมทีมครั้งนี้ เป็นการเสริมทัพที่เลือกได้ดี

นั่นก็เพราะมองว่า สำหรับในตอนนี้ เกมรุกฝั่งปีกของแมนเชสเตอร์ซิตี้นั้น ยังไม่ค่อยสมบูรณ์แบบอยู่ นั่นก็เพราะว่า ยังขาดความแน่นอนในการจบสกอร์และการเข้าทำจังหว่ะสุดท้าย ซึ่งจุดนี้ ริยาด มาห์เรซ นั้นถือว่าเป็นนักเตะที่ทำได้ค่อนข้างดี เพราะหากเมื่อดูฟอร์มของปีกตัวเลือกอื่นๆที่มีอย่าง ซาเน่ สเตอร์ลิ่ง สองคนนี้ยังขาดความคมในการจบสกอร์อยู่ ซึ่งจุดนี้โดยส่วนตัวแล้วมองว่า ริยาด มาห์เรซ นั้นค่อนข้างทำได้ดีกว่า และยังมองว่า ริยาด มาห์เรซ นั้นเป็นนักเตะที่ค่อนข้างไปกับบอลได้ดี ซึ่งน่าจะทำให้การพาบอลเข้าไปในพื้นที่สุดท้ายหน้ากรอบประตูทีมคู่แข่งของแมนซิตี้ ในฤดูกาลหน้าดีขึ้น ดังนั้นก็เลยมองว่า การคว้าตัว ริยาด มาห์เรซ ในครั้งนี้ เป็นการเสริมทีมที่เลือกได้ดีนั่นเอง

และแน่นอนว่า แม้ตอนนี้ศึกฟุตบอลลีกต่างๆของยุโรปจะยังปิดฤดูกาลกันอยู่ แต่หากใครที่อยากที่จะสนุกกับการพนัน สามารถเข้าไปใช้บริการของ sbobet กันได้ เพราะสำหรับ sbobet นั้นถือว่าเป็นแหล่งรวมการพนันรายใหญ่ ที่มีให้เล่นมากมายเลยทีเดียว แม้ว่าตอนนี้ลีกดังต่างๆยังคงปิดฤดูกาลอยู่ แต่ก็ยังมีฟุตบอลรายการอื่นๆให้คงได้เลือกเล่นพนันกันอยู่ ซึ่งหากใครที่ชื่นชอบการเล่นพนันฟุตบอล หรือแทงบอลออนไลน์ ก็ลองเข้าไปใช้บริการของ sbobet กันได้ หรือหากไม่เล่นบอลออนไลน์ ก็มีการพนันแบบอื่นให้เล่นด้วย เพราะ sbobet คือเว็บการพนันที่มีให้เลือกสนุกแบบครบวงจร


ความท้าทายของลิเวอร์พูลกับกรณี คูตี้

ลิเวอร์พูล
ลิเวอร์พูล

ข่าวคราวการซื้อขายนักเตะยุคนี้ต้องใช้คำว่า เล่นกันตั้งแต่หัววัน และ ตื้อไม่เลิกจริงๆ เมื่อก่อนย้อนไป 5-7 ปีที่แล้ว ข่าวซื้อขายนักเตะหน้าหนาวช่วงมกรา จะเริ่มมีข่าวออกมาก็ตอนปลายเดือนพฤศจิกายนโน่นเลย แต่เดี๋ยวนี้ข่าวซื้อขายช่วงหน้าร้อนยังไม่ทันได้จางหายดีเลย ข่าวซื้อขายตลาดหน้าหนาวมาแล้วแถมคราวนี้เป็นบิ๊กดีลด้วย โดยทีมที่เจอข่าวนี้เล่นงานก็คือ ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูลกับนักเตะแกนหลักคนใหม่

หลังจากเสีย หลุยส์ ซัวเรซ ไปขึ้นยานแม่และนักเตะต่างดาวอย่างบาร์ซาไปแล้ว ต้องบอกเลยว่า ลิเวอร์พูลใช่เวลาอยู่นานทีเดียวกว่าจะหานักเตะที่มีฝีเท้าดี ทัศนคติดี เล่นดี ไม่เจ็บบ่อย จนกลายเป็นแกนหลักของทีมได้ ผ่านมาหลายคนจนสุดท้ายมาลงตัวที่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าฤดูกาลที่แล้วว่าเล่นดีแล้วนะ ฤดูกาลนี้เล่นดีกว่าอีก ยิ่งได้ มาเน่ มาเสริมด้วยนะ คูตินโญ่ ยิ่งเล่นดีเข้าไปใหญ่ จนกระทั่งไปเข้าตายักษ์ใหญ่ในยุโรป

ลิเวอร์พูลขายนักเตะตัวหลักแล้วไม่คุ้ม

แน่นอนว่ายักษ์ใหญ่ที่ว่านี่ก็คือ ปารีส แซงแชกเมงต์ ของฝรั่งเศส อีกทีมหนึ่งที่รวมดาราโลกไว้อย่างคับคั่ง ด้วยเงินทุนที่มหาศาลจึงไม่แปลกที่พวกเค้าอยากจะกระชากตัว คูตินโญ่ ออกมาจากรังแอนฟิลด์ให้ได้ แต่เราขอบอกเลยว่า ลิเวอร์พูลหากเสียนักเตะแกนหลักไปทีไร พวกเค้าเป๋ยาวทุกที กว่าจะหาตัวแทนได้ไม่ง่ายเลย ดูแล้วถึงแม้ว่าจะได้เงินเยอะแต่ไม่คุ้ม

ความท้าทายของบอร์ดบริหารลิเวอร์พูล

นอกจากจะท้าทายนักเตะแล้ว ข่าวการทุ่มเงินซื้อตัวคูตินโญ่ ในครั้งนี้น่าจะทำให้บอร์ดต้องคิดหนักเลยทีเดียว เพราะรอบแรกยื่นไป 25 ล้านปอนด์ ลิเวอร์พูลบอกปัดไป กลับมาคราวนี้เพิ่มไปอีกคราวนี้เป็น 60 ล้านปอนด์เลย น่าจะทำให้บอร์ดต้องคิดหนักน่าดู เพราะเงิน 60 ล้านปอนด์ก็ไม่น้อยเหมือนกัน มาลุ้นกันว่า บอร์ดจะรับข้อเสนอนี้ไหม


คำเตือนจากโคลแมน เรื่องจริงที่อย่ามองข้าม

วันก่อนหลังจากเสพข่าวฟุตบอลต่างประเทศในส่วนของการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนต่างๆไปแล้ว เหลือบไปเห็นข่าวหนึ่งที่นักเตะคนหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้อย่างน่าสนใจ เลยขอเอามาขยายความต่อกันในวันนี้นั่นคือ การให้สัมภาษณ์ของ เฌมัส โคลแมน แบ็คตัวเก่งจากเอฟเวอร์ตัน ได้พูดถึงดาวรุ่งไว้อย่างน่าสนใจดังนี้

ขยันซ้อม และทำผลงาน

สิ่งที่เฌมันส โคลแมนได้พูดถึงไว้ก็คือ การที่นักเตะดาวรุ่งสมัยนี้มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป กล่าวคือ พวกเค้าสนใจเรื่องของการถือกระเป๋าแบรนด์เนมต่างๆมากกว่า การฝึกซ้อมให้ดีและผลงานในสนาม รวมถึงเรื่องของการห่วงภาพลักษณ์ในโลกโซเชียล ซึ่งเรื่องนี้เค้าก็คงฝากเตือนไปยังดาวรุ่งในทีมสโมสร และทีมชาติด้วยนั่นเอง

นักฟุตบอลกับแฟชั่น เริ่มที่จะขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้น

พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของนักฟุตบอลสมัยนี้ก็คือ นักเตะดาวรุ่งเริ่มที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องของสิ่งรอบตัว อย่างเช่น เสื้อผ้า หน้าผม กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า รถยนต์ หรือแฟชั่นมากจนเกินไป ทำให้บางครั้งขาดสมาธิกับการฝึกซ้อมและพัฒนาตัวเองอย่าสม่ำเสมอ รวมไปถึงการเล่นโซเชียล อย่าง อินสตราแกรมที่จะต้องลงรูปเท่ห์ รูปดูดี ดูหล่อ ตลอดเวลา เพื่อให้เหล่าแฟนคลับได้ติดตามกัน ซึ่งจริงๆเรื่องเหล่านี้ก็ไม่ได้ผิดแต่อย่างใด แต่หากมันทำให้นักฟุตบอลเสียสมาธิในการเล่น เสียความมุ่งมั่นในการลงสนามไป ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ค่าเหนื่อย กับ การชื่นชมที่เกินจำเป็น

แน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้นักฟุตบอลเปลี่ยนไปอย่างแรกก็คือ เงินค่าเหนื่อยที่พุ่งสูงขึ้นมาก นักเตะดาวรุ่งสมัยนี้ถ้าเป็นระดับพรีเมียร์ลีคก็อยู่ที่หลายหมื่นปอนด์ต่อสัปดาห์แล้ว เมื่อเงินได้เยอะ ก็อยากซื้อนั่นนี่ ตามประสาวัยรุ่นทั่วไป บวกกับความชื่นชมจนเกินจำเป็น จนทำให้เข้ากับสุภาษิตที่ว่า “ติเพื่อก่อ ดีกว่ายอเพื่อทำลาย” ไปเสียดาย ยังไงก็หวังว่าดาวรุ่งบ้านเราจะไม่หลงไปกับสิ่งเหล่านั้นก็แล้วกัน

 


ตลาดอาเซียน ตลาดสำคัญของทีมสโมสรไทย

ช่วงก่อนเปิดฤดูกาลอย่างนี้ เชื่อว่านอกจากข่าวคราวของผู้เล่นคนต่างๆในทีมแล้ว อีกข่าวหนึ่งที่แฟนบอลสนใจมากก็คือข่าวการออกตะเวนอุ่นเครื่องของทีมโปรด แน่นอนว่าเดี๋ยวนี้การอุ่นเครื่องของทีมในไทยลีคนั้นไม่ได้มองแต่เพียงแค่ในประเทศเท่านั้น แต่ยังมองไปถึงตลาดที่สำคัญอย่างตลาดอาเซียนเพื่อนบ้านเราด้วย ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น
ตลาดอาเซียน บุกก่อนได้เปรียบ
อย่างแรกที่ทำให้การบุกตลาดอาเซียนเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นก็คือ แต่ละประเทศยังเป็นตลาดใหม่ไม่ค่อยมีใครไปสร้างฐานแฟนบอลมากนัก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ประเทศ กัมพูชา ลาว มาเลเซีย และ เวียดนามที่อยู่ติดกับบ้านเรา และลีคในประเทศยังไม่บูมเท่าบ้านเรา หากเราไปทำตลาดก่อน สร้างฐานแฟนบอลได้ก่อนถือว่าเป็นการได้เปรียบคู่แข่งมากๆ เข้าทำนองที่ว่าใส่ก่อนได้เปรียบ
ตลาดอาเซียน แหล่งรายได้ก้อนโต
นอกจากจะเป็นการสร้างฐานแฟนบอลแล้ว การบุกตลาดอาเซียนยังมีผลต่อเรื่องของรายได้ของทีมอีกด้วย จริงอยู่ที่การออกไปเตะแต่ละนัดอาจจะได้ค่าตั๋วจากการเข้าชมไม่เท่าไร แต่สิ่งที่สำคัญคือการสร้างฐานแฟนบอล ลองนึกภาพว่ามีแฟนบอลอุลตร้าเมืองทองที่ประเทศลาวดูสิ แล้วมีการเปิดช็อปสโมสรที่นั่นดูสิ รายได้ในการขายเสื้อ ของที่ระลึก ค่าลิขสิทธิ์อื่นๆจะมากขนาดไหน แค่คิดกับนับนิ้วไม่หมดแล้ว
รูปแบบการจัดกิจกรรมบุกอาเซียน
ด้วยความสำคัญสองประการนี่เอง ทำให้แต่ละทีมชั้นนำของไทยลีคบ้านเรา หากมีโอกาสจะต้องหาทางเจาะตลาดกลุ่มประเทศอาเซียนให้ได้ โดยรูปแบบการจัดกิจกรรมในการบุกอาเซียนครั้งนี้ ก็มีไม่มากส่วนใหญ่ก็จะเป็นการเตะนัดกระชับมิตร อาจจะเป็นทีมสโมสรในประเทศ ทีมชาติ หรือทีมออลสตาร์ก็ได้ ต่อจากนั้นก็จะเป็นการพบปะแฟนบอล เปิดคลีนิคสอนฟุตบอลและอื่นๆก็ว่ากันไป


ยูเวนตุส รีแบรนด์ดีหรือไม่ดี

ในแวดวงฟุตบอลอิตาลีช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นมีดีลเด็ดๆสร้างความฮือฮาสักเท่าไร แต่มีอีกข่าวหนึ่งถือว่าสร้างความฮือฮาได้ดีทีเดียวนั่นก็คือ ข่าวการรีแบรนด์ตราสโมสรใหม่ของ ยูเวนตุส สโมสรดังของอิตาลี ที่คราวนี้ต้องยอมรับว่าพวกเค้ามาแปลกทีเดียว ที่มีการเปลี่ยนแปลงแบรนด์ตัวเองแบบนี้
จากลวดลายเหลือเพียงตัวอักษร
การรีแบรนด์ครั้งนี้ ทางยูเว่ได้มีการปรับเปลี่ยนไปแบบที่เรียกได้ว่าพลิกโฉมกันเลยทีเดียว เพราะจากเดิมที่เป็นรูปวงรี ด้านในมีลายขาวดำ มีชื่อสโมสรและตราม้าอยู่ด้านล่าง เหลือเพียงแค่ตัว J (เจ) สีขาวเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น ด้านบนมีชื่อสโมสรอยู่เหมือนเดิม แต่เปลี่ยนฟอนต์ไป นัยว่าต้องการเน้นให้จำชื่อสโมสรได้ง่ายขึ้น
การรีแบรนด์ เป็นเรื่องธรรมดา
สำหรับการรีแบรนด์นั้น ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดามากของวงการฟุตบอลสโมสร แต่ละทีมมักจะมีการเปลี่ยนแปลงโลโก้ของทีมอยู่เป็นประจำ ทั้งนี้ที่เปลี่ยนก็เพื่อเรื่องของการตลาด และแคมเปญบางอย่างด้วย อย่างยูเวนตุสนี่ก็เปลี่ยนมาแล้ว 10 อันกว่าจะมาถึงอันปัจจุบัน ซึ่งแต่ละอันก็โดนใจแต่บางอันก็ไม่โดน
การก้าวไปในระดับโลก
การเปลี่ยนแปลงของยูเวนตุสในครั้งนี้ จากการวิเคราะห์ของกูรูเมืองนอกมองว่ามันคือการสื่อชื่อทีมไปถึงในระดับที่เป็นสากลมากขึ้น ทำให้แฟนบอลจดจำทีมและชื่อทีมได้มากขึ้น เหมือนกับการใช้ตัว M ของแม็คโดนัลด์โน่นเลย ซึ่งก็ต้องมาดูกันว่าสุดท้ายแล้ว การรีแบรนด์ครั้งนี้ของยูเวนตุส จะสามารถยกระดับด้านนอกสนามของทีมยูเวนตุสไปได้มากน้อยแค่ไหน แต่อย่างไรก็ดี ผลงานนอกสนามจะไม่ไปไหนเลย ถ้าหากผลงานในสนามไม่ดีจริงๆ


อีเวนต์สำคัญก่อนเปิดฤดูกาลของทีมไทยลีค

ช่วงก่อนเปิดฤดูกาลไทยลีคของเราอย่างนี้ มีอีเวนต์สำคัญหลายอย่างเลยที่ปล่อยออกมาของแต่ละทีมเพื่อสร้างความตื่นเต้นของแฟนบอลและสร้างพื้นที่ข่าวกีฬากันอย่างสนุกสนาน มาดูกันว่าอีเวนต์สำคัญของทีมในไทยลีคมีกิจกรรมอะไรให้แฟนบอลได้มีส่วนร่วมกันบ้าง
การเปิดตัวนักเตะ ใหม่
อีเวนต์แรกที่แต่ละทีมต้องมีกันทุกปี และปีนี้ถือว่าคึกคักกว่าทุกปีเลยนั่นก็คือ การเปิดตัวนักเตะใหม่ของทีม ไม่ว่าจะเป็นตัวนักเตะไทย หรือ นักเตะต่างชาติ เพราะการเปิดตัวนักเตะถือว่าเป็นการสร้างพื้นที่ข่าว และสร้างความรู้จักกับให้แฟนบอล สื่อ และคนทั่วไปได้เป็นอย่างดี ยิ่งปีนี้ตลาดซื้อขายนักเตะคึกคักมา เลยไม่แปลกที่แต่ละทีมจะมีการเปิดตัวนักเตะใหม่กันแบบอลังการงานสร้าง ดาวล้านดวงกันเลยทีเดียว
การเปิดตัวยูนิฟอร์มใหม่
ถัดจากเรื่องของนักเตะใหม่แล้ว ในงานเดียวกันมักจะมีการเปิดตัวชุดยูนิฟอร์มใหม่สำหรับที่ใช้แข่งขันในฤดูกาลหน้านี้ด้วย เดี๋ยวนี้ชุดแข่งเปิดตัวกันใหม่ทุกปี เพื่อเป็นการหารายได้เข้าสู่สโมสร การเปิดตัวชุดแข่งเดี๋ยวนี้ก็มักจะมีให้เลือกกันถึงสามชุดด้วยกันคือ ชุดเหย้า ชุดเยือน และชุดที่สาม หากเปิดตัวมาแล้วถูกใจแฟนบอลก็ซื้อใส่กันไป รวมถึงของที่ระลึกอื่นที่เปิดตัวกันในวันเดียวกันด้วย มาลุ้นกันว่าปีนี้ เสื้อทีมของสโมสรไหน จะสวย จะแป้กกันบ้าง
เกมอุ่นเครื่อง ทั้งในและนอกบ้าน
กิจกรรมสุดท้ายที่ถือว่าเป็นเรื่องของการเตรียมความพร้อมครั้งสุดท้ายก่อนเปิดลีคจริงๆนั่นก็คือ การจัดอุ่นเครื่อง หรือ นัดกระชับมิตร ทั้งกับทีมในระดับเดียวกัน หรือ ในระดับที่ต่ำชั้นกว่า เพื่อเป็นการเช็คแท็คติคและฟอร์มการเล่นในสนาม ทั้งของตัวเองและคู่แข่งไปด้วย ส่วนเรื่องนอกสนามก็เป็นการเช็คระบบต่างๆเพื่อรองรับการเป็นเจ้าบ้านในเกมลีคที่กำลังจะมาถึง


ผี ชน ฮัลล์ ต้องจัดการให้เต็มสูบ

หลังจากเพิ่งจะลุ้นกันไปกับฟุตบอลถ้วยเก่าแก่อย่าง เอฟเอคัพ รอบสามที่ทีมดังต่างตบเท้าเข้ารอบไปอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน ยังไม่ทันที่หายตื่นเต้นดี เกมบอลถ้วยเล็กสุดอย่าง อีเอฟแอล คัพ ก็มาต่อคิวอีกครั้งแล้ว คราวนี้เป็นเกมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะพบกับฮัลล์ ซิตี้ แน่นอนว่าเกมนี้ แมนยูต้องจัดหนักอย่างแน่นอน

ต้องชนะเพื่อรักษาความมั่นใจ

หากเป็นเมื่อสมัยก่อนยุคป๋าเฟอร์กี้ เกมบอลถ้วยเล็กแล้วเจอทีมระดับต่างกันแบบนี้ เชื่อว่าถึงแม้ว่าจะเป็นรอบรองป๋าก็จะจัดทีมผสมอยู่ดี (แถมชนะด้วย) แต่ตอนนี้ไม่ใช่ป๋าแล้วแต่เป็น จ่ามู เชื่อว่าเกมนี้เค้าน่าจะจัดชุดที่ดีที่สุดลงสนามแน่นอน เพราะชัยชนะนัดนี้จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเกมต่อไปที่จะต้องไปทำศึกแดงเดือดอย่างแน่นอน หากเกิดเสมอหรือแพ้ขึ้นมานี่ เสียเชิงและกำลังใจหดหาย

ต้องชนะเพื่อก้าวไปถึงรอบชิงให้ได้

เกมบอลถ้วยนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นถ้วยเล็กแต่ถามแฟนแมนยูสิว่าเอาไหม ตอบได้เลยว่าเอาอย่างแน่นอน เพราะทีมร้างความสำเร็จมานานเหลือเกิน ยิ่งถ้วยนี้พวกเค้าเดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศแล้วอย่างนี้ ก็ต้องจัดหนักเพื่อก้าวไปถึงรอบชิงให้ได้อย่างแน่นอน เผลอๆอาจจะได้มีแดงเดือดที่นัดชิงด้วย เพราะงั้นต้องไปตามนัดกับลิเวอร์พูลเท่านั้น

ต้องชนะให้ขาดเพื่อเกม 2 จะได้เล่นง่าย

การเล่นเกมรอบรองของถ้วยนี้จะแบ่งเป็น 2 เกม เหย้าเยือน การได้ที่แมนยูจะได้เปิดบ้านเล่นก่อน ถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ตุนสกอร์ไว้ให้ได้มากที่สุด ดังนั้นการส่งตัวจริงลงบู๊แบบจัดหนัก เพื่อทำให้ผลการแข่งขันเป็นที่น่าพอใจ คือชนะอย่างน้อย 2 ลูกขึ้นไป น่าจะทำให้งานนัดที่สอง เป็นงานที่ง่ายมากขึ้น ต้องมาลุ้นกันว่าสุดท้ายแล้วพวกเค้าจะทำได้ดีแค่ไหน


10 วันอันตรายของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล

หลังจากที่ต้องใช้คำว่า “ทำตัวเอง” แท้ๆ เพราะในเกมที่ควรจะเอาชนะให้ได้อย่าง เอฟเอคัพรอบสามที่เปิดบ้าน เจอทีมหมูตู้อย่าง พลีมัธ ที่มาจากเดอะแชมเปี้ยนชิพ แทนที่จะเอาชนะให้ได้เบ็ดเสร็จเพื่อเดินหน้าต่อไป กลับประมาทส่งชุดสำรองลงเยอะเกินไปจนทำให้ไม่สามารถเอาชนะได้ จนต้องไปรีเพลย์เล่นกันใหม่ ผลก็คือจำนวนเกมที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้เกมที่เหลือพักผ่อนน้อยลง จนกลายเป็นช่วง 10 วันอันตรายไปเสียนี้ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

วันที่ 11 มกราคม เยือน เซาธ์แฮมป์ตัน

เริ่มเกมแรกกับเกมอีเอฟแอล(ลีกคัพ) รอบรองชนะเลิศที่จะต้องไปเยือนเซาธ์แฮมป์ตัน ก่อนแน่นอนว่าเกมบอลถ้วยมาถึงตรงนี้แล้ว ทางเซาธ์เองก็หวังเหมือนกัน เพราะว่าถ้าเกมแรกพวกเค้าชนะพร้อมกับตุนสกอร์ที่ต้องการได้ น่าจะมีโอกาสหลุดไปชิงได้เหมือนกัน

วันที่ 15 มกราคม แดงเดือด

เกมสำคัญที่สุดของซีรีย์นี้เลย นั่นก็คือการบุกไปโอลด์แทรฟเฟิร์ด เพื่อเปิดศึกแดงเดือดยกสอง แน่นอนว่าเกมนี้โชเซ่ มูรินโญ คงต้องสั่งลูกทีมเล่นเต็มสูบแน่นอน เพราะหากชนะพวกเค้ามีสิทธิ์ที่จะกลับมาลุ้นแชมป์ลีคเต็มตัวอีกรอบหนึ่ง ส่วนลิเวอร์พูลเองนอกจากเรื่องของศักดิ์ศรีแล้ว หากชนะก็จะได้ไล่ตามกดดันเชลซีต่อไป

วันที่ 18 มกราคม เยือน พลีมัธ

เกมเอฟเอคัพ รอบสามนัดรีเพลย์ ที่หงส์แดงจะได้แก้ตัวอีกครั้ง แน่นอนว่าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พวกเค้าน่าจะผ่านพลีมัธไปได้ แต่ก็อย่าประมาทก็แล้วกัน

วันที่ 21 มกราคม เปิดบ้านรับ สวอนซี

ปิดท้ายซีรีย์ 10 วันอันตรายด้วยการเปิดบ้านรับ สวอนซี ที่เพิ่งเปลี่ยนโค้ชมาหมาดๆ น่าสนใจว่าตอนนั้นบอลเปลี่ยนโค้ชของสวอนซียังมีผลอยู่หรือเปล่า แต่ถึงมีเล่นในบ้าน ลิเวอร์พูลน่าจะเก็บชัยชนะไปได้อย่างไม่ยากเท่าไร มาลุ้นกันว่าทั้ง 4 เกมนี้ ลิเวอร์พูลจะเอาตัวรอดได้อย่างไร


โอกาสของรูนี่ย์ในการทำสถิติสูงสุดตลอดกาล

ถือว่าเป็นการรักษาฟอร์มได้อย่างต่อเนื่องสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า เอฟเอคัพ ที่สามารถเอาชนะ เรดดิ้ง ผู้มาเยือนที่อยู่ระดับแชมเปี้ยนชิพไปอย่างไม่เหนื่อยเท่าไรถึง 4-0 แน่นอนว่าเกมนี้ประตูแรกที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นประตูที่มีความสำคัญทั้งต่อเกมการเล่นที่ทำให้เจ้าบ้านอย่างแมนยูเล่นได้ง่ายขึ้น รวมถึงมีผลต่อคนยิงอย่างเวยน์ รูนี่ย์ ที่นอกจากจะได้ความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นแล้ว ลูกยิงลูกนี้ยังเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของเจ้าตัวอีกด้วย

รูนขึ้นแท่นสถิติตลอดกาล

จากประตูแรกที่เกิดขึ้นจากฝีเกือกของรูนีย์ นั่นทำให้เค้ามีสถิติการยิงประตูให้กับปีศาจแดงเพิ่มขึ้นเป็น 249 ประตูเมื่อรวมทุกรายการซึ่งทำให้เค้าก้าวขึ้นมาทาบกับเจ้าของสถิติเดิมอย่างท่านเซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ได้สำเร็จเสียที หลังจากที่ฤดูกาลนี้เค้ามีบทบาทในการลงสนามและตำแหน่งกองหน้าน้อยมาก แต่ถามว่า เค้าจะยิงประตูก้าวข้ามสถิตินี้ไปได้หรือเปล่า

เกมบอลถ้วยคือโอกาสครั้งสำคัญ

หากรูนีย์ อยากจะจารึกชื่อตัวเองไว้อย่างเป็นตำนานล่ะก็ โอกาสก็ยังพอมีอยู่บ้านในฤดูกาลนี้ แน่นอนว่าบอลถ้วยถือว่าเป็นโอกาสครั้งสำคัญเลยไม่ว่าจะเป็น ถ้วยเล็กอย่างอีเอฟแอลคัพที่ไปชนกับทีมรองบ่อน หรือ จะเป็นถ้วยเอฟเอคัพที่รอบสี่ ยังมีโอกาสจับเจอทีมที่ต่ำชั้นกว่า ถ้าหากเป็นอย่างหลังโอกาสที่รูนีย์จะได้ลงตัวจริง แล้วทำประตูได้มีสูงมาก

บอลลีค คงไม่มีโอกาส

ส่วนโอกาสในบอลลีคต้องบอกว่า ยากถึงยากมากเลย เพราะอย่างที่บอกไปว่าตอนนี้เค้ามีส่วนร่วมกับทีมน้อยมาก อีกอย่างตอนนี้ตำแหน่งกองหน้าอย่าง อิบรา เค้าก็ฟอร์มฮอตเหลือเกินทั้งยิงทั้งจ่ายและส่วนร่วมกับเกมมีเยอะ เพราะงั้นขอเอาใจช่วยรูนีย์ในเกมบอลถ้วยก็แล้วกัน