Category : ฟุตบอล

ความปราชัยนัดแรกของเป๊บ มาจากไหน

เป๊บ
เป๊บ

ก่อนเข้าสู่เบรคทีมชาติ เพื่อแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนต่างๆ เชื่อว่าเกมที่หลายคนเชื่อว่าสนใจกันมากที่สุดก็คือ การที่สเปอร์ส สามารถเอาชนะแมนเชสเตอร์ซิตี้ ของเป๊บไปได้ 2-0 ซึ่งถือว่าเหนือความคาดหมายของใครหลายคนทีเดียว(รวมถึงผู้เขียนด้วย) วันนี้เรามาวิเคราะห์กันถึงเกมนั้นกันอีกสักรอบ

ความผิดพลาดส่วนบุคคล

เกมนี้ต้องบอกว่า ความผิดพลาดส่วนบุคคลเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมของเป๊บต้องตกเป็นรองตั้งแต่แรก ลูกสกัดผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองของโคลรารอฟ ถือว่าเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ แต่น่าแปลกว่าจังหวะนั้นไม่มีใครมากดดันเลย บราโว่ น่าจะส่งสัญญาณให้ดีกว่านี้ ส่วนลูกสองที่เสียไปก็เกิดจากกความผิดพลาดของผู้เล่นที่ไม่สื่อสารกันให้ดี ประกบตัวไม่สุด ทำให้อัลลี่หลุดเข้าไปยิงแบบง่ายๆเลย ยังไม่รวมถึงความผิดพลาดให้ทีมเสียจุดโทษดีว่า บราโว่ปัดออกไปได้ ไม่งั้นซิตี้คงดูไม่จืดจริงๆ

ขาดเดอ บรอย์ เหมือนขาดใจ

ในฤดูกาลนี้ นักเตะที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ใช่ กุน อเกวโร่อีกแล้ว แต่เป็น เควิน เดอ บรอย์ ต่างหาก เกมนี้เค้าไม่ได้ลงสนามเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ตอนแรกหลายคนก็คิดว่าไม่น่าจะมีผลเท่าไรเพราะซิลบา ก็ลง กุนก็ลง ปรากฏว่าขาดเค้าไปได้เรื่องเลย เกมกลางสนามขาดตัวเชื่อมเกม ทำให้กุน ต้องลงมาล้วงบอลเอง สุดท้ายไปไหนไม่รอดโดนดักไว้หมด ส่วนราฮีม สเตอริง ต้องบอกว่าเกมเจอทีมอ่อนกว่าเค้าเล่นได้ดีเสมอ แต่เจอทีมในระดับใกล้เคียงกันหรือดีกว่า เค้ายังเล่นได้ไม่ดีเลย เหมือนเกมนี้ที่ทำอะไรไม่ได้เลย เดี๋ยวเลี้ยงติด จ่ายพลาด โดนชนกระเด็นกระดอน ไปหมด สุดท้ายต้องมาดูกันว่า เป๊บ โดนเปิดซิงไปแล้ว จะกลับมาได้หรือเมาหมัดต่อไป


ความสม่ำเสมอ สิ่งที่เลสเตอร์ขาดหายไป

เลสเตอร์
เลสเตอร์

ปีนี้ถือว่าเป็นอีกปีหนึ่งที่พรีเมียร์ลีคอังกฤษสนุกและลุ้นมาก ทุกทีมสามารถเอาชนะกันได้หมด ไม่เว้นแม้แต่แชมป์เก่าอย่างเลสเตอร์ ซิตี้ที่ปีนี้บอกเลยว่า เจองานยากตลอดทั้งปีแน่นอน การต้องลงเล่นเกมยุโรป ไปด้วยทำให้มีเกมเพิ่มมากขึ้น แต่สิ่งที่เลสเตอร์ขาดหายไปก็คือ สิ่งที่เรียกกว่า ความสม่ำเสมอ

เทียบสถิติ 6 นัดแรก

หากเรามองย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว ปีที่เลสเตอร์ได้เลื่อนชั้นขึ้นมา ต้องบอกว่าเป็นน้องใหม่ที่สร้างความเซอร์ไพร์สได้ดีทีเดียว เนื่องจากฤดูกาลที่แล้ว 2015-2016 สถิติ 6 เกมแรกของพวกเค้าดีมาก ชนะ 3 เสมอ 3 มี 11 คะแนน ยืนอยู่ในอันดับที่ 3 จะไปแพ้เกมแรกก็คือ เกมที่ 7 ที่เปิดบ้านแพ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอลไป 2-5 แต่พอมาปีนี้ 6 เกมแรกผลคือ ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ไป 3 เกม มีอยู่ 7 คะแนน อยู่ที่อันดับ 12 ของตาราง

ตารางการแข่งขันที่ไม่เป็นใจ

จากสถิติด้านบนจะเห็นเลยว่า ปีนี้เลสเตอร์เจอพิษตารางการแข่งขันเล่นงานด้วยช่วงต้นฤดูกาล เพราะในฤดูกาลที่แล้ว ช่วง 6 เกมแรกพวกเค้าไม่เจองานยากเลย เจอแต่ทีมระดับเดียวกัน หรือ ดีกว่านิดหน่อย ซึ่งต่างกับฤดูกาลนี้ จิ้งจอกสยามเจอของยากไปหลายเกมเลย ไม่ว่าจะเป็น เปิดบ้านรับอาร์เซนอลในเกมที่สอง ไปเยือนแอนฟิลด์สร้างใหม่ในเกมที่สี่ และ ไปเยือนโอลด์แทรฟเฟริด์ในวันที่พวกเค้าต้องการชัยชนะ เลยไม่แปลกที่พวกเค้าจะทำแต้มได้ไม่ดีเท่าไร

ความสม่ำเสมอคือสิ่งสำคัญ

แต่อย่างไรก็ดี ตัวเลสเตอร์เองก็ต้องยอมรับปีนี้ ขาดความแน่นอนในการเล่นไปเยอะมาก ปีที่แล้วเกมลีคแพ้แค่สามเกมเท่านั้น แต่ปีนี้แค่ช่วงเริ่มต้นก็แพ้ไป 3 แล้ว หากพวกเค้าไม่อยากจนอยู่ครึ่งล่างของตาราง ต้องรีบหาทางสร้างความสม่ำเสมอในการเล่นให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะเกมรับถ้ายังรั่วและมั่วอยู่อย่างนี้ ไม่ดีแน่นอน


บราซิล กับความหวังในฟุตบอลโลก

บราซิล ถือว่าเป็นอีกชาตหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างมากกับฟุตบอลโลก เพราะได้แชมป์ไปถึง 5 ครั้ง แต่หลังจากได้ครั้งสุดท้ายไปเมื่อปี 2002 ที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพแล้ว ทีมชาติบราซิลก็แผ่วลงไปเยอะยิ่งฟุตบอลโลกปี 2014 ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพแล้วหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องได้แชมป์ในแผ่นดินตัวเอง แต่กลับพ่ายเยอรมันเละเทะไปเสียอย่างนั้น

บราซิล กับ บททดสอบครั้งใหม่

แต่อย่างไรก็ดี บราซิล ก็ยังพอกู้หน้าได้บ้าง จากการแข่งขันฟุตบอลในโอลิมปิค 2016 ที่ผ่านมา แน่นอนว่าการได้เหรียญทองย่อมต้องดีใจอยู่แล้ว แถมเป็นการได้เหรียญทองในบ้านตัวเองด้วย ถึงแม้ว่าจะผิดรายการไปเสียหน่อยแต่ก็ยังดีที่ได้มา แต่ตอนนี้ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนลาตินอเมริกาเริ่มต้นขึ้นแล้ว รวมถึงจะเป็นบททดสอบของทีมชาติบราซิลด้วยว่าจะกลับมาได้หรือไม่ หรือจะเป็นแบบเดิม

โฉมหน้าทีมบราซิลที่ดีขึ้น

ฟุตบอลโลก 2014 ที่ผ่านมาทีมชาติบราซิลถึงแม้ว่าจะเป็นเจ้าภาพ แต่ก็ถูกติงอย่างมากในเรื่องของนักตะที่สื่อหลายสำนักบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นชุดที่ขี้เหร่มากที่สุด แถมตอนเล่นก็ฟอร์มดูติดๆขัดๆอย่างไรก็ไม่รู้ แต่รอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 ที่ผ่านมา หน้าตาของทีมชาติบราซิลชุดนี้ดีขึ้น นำโดย เนย์มาร์ เหมือนเดิม ต้องมาดูกันว่า บราซิล จะมีแข้งหน้าใหม่เข้ามาเสริมทีมมากกว่านี้หรือไม่

บราซิลกับฟุตบอลโลกครั้งนี้

สำหรับความคาดหวังของทีมชาติบราซิลในครั้งนี้ต้องบอกเลยว่า อย่าพึ่งไปหวังอะไรมาก เอาเป็นว่าผ่านเข้ารอบให้ได้ก่อนดีกว่า เพราะตอนนี้แต่ละทีมในโซนอเมริกาใต้ฟอร์มดีเหลือเกิน ดีกว่าบราซิลเยอะ ดังนั้นใครเป็นแฟนบราซิลคงต้องลุ้นให้เข้ารอบสุดท้ายให้ได้ก่อน จากนั้นไปว่ากันอีกทีว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน


ดาร์บี้ที่มีคนติดตามมากที่สุดในเกาะอังกฤษ

united vs city
united vs city

คำว่า ดาร์บี้ ไม่ได้หมายถึงทีม ดาร์บี้ เคาท์ตี้ แต่หมายถึง การที่ทีมฟุตบอลที่อยู่ร่วมมือเดียวกันจะลงแข่งขันกันเอง ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเป็นบ้านเราก็อารมณ์ประมาณ ชลบุรี เอฟซี เตะกับ พัทยา ยูไนเต็ด นั่นแหละ แต่บ้านเค้านอกจากผลการแข่งขันแล้วมันยังเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีที่ยอมกันไม่ได้เลย หากฝ่ายใดแพ้ก็เตรียมใจได้เลย วันนี้เรามาดูกันว่ามีดาร์บี้ไหนบ้างที่มีคนติดตามเยอะๆ เราขอนับเฉพาะทีมในเกาะอังกฤษอย่างเดียวก็แล้วกันนะ

อันดับที่ 3 เซลติก VS เรนเจอร์

อันดับที่ 3 ขอเริ่มกันที่ เวทีสกอตติช พรีเมียร์ลีค เค้ามีเกมดาร์บี้เก่าแก่อยู่คู่หนึ่งชื่อว่า โอลด์เฟิร์ม ดาร์บี้แมตซ์อย่าง กลาสโกว์ เซลติก กับ กลาสโกว์ เรนเจอร์ ซึ่งหลังจากที่ฝ่ายหลังเกิดเหตุไม่คาดฝันจนต้องร่วงตกชั้นลงไป ตอนนี้เค้ากลับมาที่สกอตติช พรีเมียร์แล้ว ปีนี้น่าจะกลับมากคึกคักอีกครั้งหนึ่ง

อันดับที่ 2 เอฟเวอร์ตัน VS ลิเวอร์พูล กับ อาร์เซนอล VS สเปอร์ส

อันดับที่ 2 เป็นเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้แมตซแห่งเมือง ลิเวอร์พูลเค้าเลย นั่นก็คือ การลงฟาดแข้งของ เอฟเวอร์ตัน กับ ลิเวอร์พูล ที่ช่วงหลังระดับของทั้งสองทีมใกล้เคียงกันมาก ทำให้เล่นกันทีไรใส่กันไฟแลบตลอด ทั้งเข้มข้น ทั้งดราม่า มาดูกันว่าปีนี้ใครจะได้ชัยไป ส่วนอีกคู่หนึ่งขอยกให้กับ ลอนดอน ดาร์บี้แมตซ์ อย่าง อาร์เซนอล VS สเปอร์ส ที่ฤดูกาลที่แล้วเล่นกันสนุกมาก ใส่กันไม่ยั้งเลย มาดูกันว่าปีนี้ ปืนใหญ่ หรือ ไก่จะได้ชัย

อันดับที่ 1 ยูไนเต็ด VS ซิตี้

อันดับที่ 1 ขอเลือกไปที่ แมนเชสเตอร์ดาร์บี้ แมตซ์ระหว่าง ยูไนเต็ด กับ ซิตี้ ที่ฝ่ายหลังได้พัฒนาทีมแบบก้าวกระโดดจนกลายเป็นทีมแนวหน้าของประเทศไปแล้ว ยิ่งปีนี้ได้สองกุนซืออย่าง มู(แมนยู) และ เป๊บ(ซิตี้) เข้ามาอีก ยิ่งทำให้ดาร์บี้เป็นเกมที่น่าจับตามองมากที่สุดเลย ต้องมาดูกันว่ายกแรกที่กำลังจะมาถึงนี้ใครจะได้รับการชูมือ